CREEP TESTER (Pulley, Balance, Servomotor Types)

การทดสอบคืบของวัสดุหรือการเสียรูปภายใต้อุณภูมิและให้แรงดึง, แรงกด หรือแรงดัดที่คงที่ เพื่อประเมินความแข็งแรงและความทนทานต่อความร้อนในระยะเวลายาวของวัสดุ เพื่อทำนายอายุการใช้งานของวัสดุนั้นๆ

ตัวอย่างชิ้นงาน เช่น วัสดุชิ้นส่วนรถยนต์ วัสดุวิศวกรรม, เครื่องบิน หม้อไอน้ำเป็นต้น

ตามมาตรฐาน JIS K7115, ASTM D2990, ISO 899-1(CREEP TEST), JIS K6263, ISO 3384(STRESS RELAXATION TEST)

SKU: 145-A หมวดหมู่: แท็ก: , แบรนด์:

ตารางเปรียบเทียบสเปกของเครื่องทดสอบความคืบ (Creep Tester) รุ่น No.145-A, No.145-B และ No.145-SV

หัวข้อสเปก No.145-A No.145-B No.145-SV
ประเภทเครื่อง (Model Type) Pulley Type Balance Type Servomotor Type
ระบบแรงกด/ภาระ (Loading System) รอก (Pulley) คานคานงัด/จานชั่ง (Balance Scale) เซอร์โวมอเตอร์ (Servomotor)
น้ำหนัก/ภาระสูงสุด (Max. Load) สูงสุด 500 N (50 kgf) สูงสุด 5 kN (500 kgf) สูงสุด 5 kN (500 kgf) หรือ 10 kN (1,000 kgf)
จำนวนชิ้นงานทดสอบ (Test Samples) 3, 6 หรือ 10 ชิ้นงานต่อการทดสอบ 3, 6 หรือ 10 ชิ้นงานต่อการทดสอบ 3, 6 หรือ 10 ชิ้นงานต่อการทดสอบ
ระยะการวัดการกระจัด (Displacement Measurement)

Magnetostrictive linear displacement transducer

 

• ความละเอียด: 0.01 mm

 

• ช่วงระยะวัด: 150 mm

Magnetostrictive linear displacement transducer

 

• ความละเอียด: 0.01 mm

 

• ช่วงระยะวัด: 40 mm

Magnetostrictive linear displacement transducer

 

• ความละเอียด: 0.01 mm

 

• ช่วงระยะวัด: 100 mm

การวัดค่าแรงกด (Load Measurement) – – Load Cell
อุณหภูมิใช้งาน (Temperature) สูงสุด 200℃ (ออปชัน: 300℃) สูงสุด 200℃ (ออปชัน: 300℃) สูงสุด 200℃ (ออปชัน: 300℃)
มาตรฐานอ้างอิง (Reference Standards) JIS K7115, ASTM D2990, ISO 899-1 JIS K7115, ASTM D2990, ISO 899-1

JIS K7115, ASTM D2990, ISO 899-1,

 

JIS K6263, ISO 3384

การรองรับซอฟต์แวร์ PC รองรับระบบปฏิบัติการ Windows รองรับระบบปฏิบัติการ Windows รองรับระบบปฏิบัติการ Windows

 

จุดเด่นและความแตกต่างหลักของแต่ละรุ่น

  • No.145-A (Pulley Type): เหมาะสำหรับงานทดสอบแรงกดต่ำถึงปานกลาง (สูงสุด 500 N) มีระยะการวัดระยะกระจัดค่อนข้างยาว (150 mm)

  • No.145-B (Balance Type): เหมาะสำหรับงานทดสอบที่ต้องใช้แรงกดสูงขึ้น (สูงสุด 5 kN) โดยใช้ระบบคานงัดถ่วงน้ำหนัก

  • No.145-SV (Servomotor Type): เป็นรุ่นระดับท็อปที่ควบคุมด้วยเซอร์โวมอเตอร์และวัดค่าด้วย Load Cell ช่วยลดแรงกระแทกเมื่อชิ้นงานขาด ประหยัดพื้นที่ และยังสามารถรองรับการทดสอบผ่อนคลายความเค้น (Stress Relaxation Test) ตามมาตรฐาน JIS K6263 / ISO 3384 เพิ่มเติมได้

 

เครื่องทดสอบหาค่าความคืบ (Creep) ที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีการให้โหลดคงที่ (Static load) หรือแรงคงที่กระทำต่อชิ้นงานตัวอย่างอย่างต่อเนื่อง  โดยสามารถให้แรงกระทำต่อชิ้นงานตัวอย่างได้ทั้งแบบแรงดึงยืด (Tensile test) แรงบีบอัด (Compressive test) และแรงดัดโค้ง (Flexural test)

โดยจะทำการวัดค่าระยะการยืดตัว (Extension) หรือระยะการบีบอัด (Compression) ต่อเวลา (Time) และระยะเวลาในการแตกร้าว (Time-to-rupture) ของชิ้นงานตัวอย่าง ภายใต้การควบคุมสภาวะแวดล้อมในการทดสอบ และยังสามารถทดสอบหาค่าความผ่อนคลายความเครียด (Stress relaxation) ได้ 

 

รูปแสดง การทดสอบการคืบและกราฟ

รูปแสดง การทดสอบการคืบและกราฟ

 

 

กราฟแสดงการทดสอบการคืบของชิ้นงาน โดยให้โหลดคงที่ 

กราฟแสดงการทดสอบการคืบของชิ้นงาน

 

 

 

รูปแสดงชุดจับชิ้นงาน โดยชิ้นงานจะถูกยืดที่ตัวจับด้านล่างและให้แรงดึงด้านบนแก่ชิ้นงาน

รูปแสดงชุดจับชิ้นงาน

 

 

นอกจากนี้การวัดการคืบยังมีการให้แรงแบบแรงอัด และการทดสอบการดัด 3 จุดได้ 

รูปแสดงตัวจับชิ้นงานทดสอบสำหรับ แรงอัด ( Compression Test)  และแรงดัด 3 จุด (Three–Point Bending Test)

รูปแสดงตัวจับชิ้นงานทดสอบสำหรับ แรงอัด

การเตรียมชิ้นงานตัวอย่าง (Test Specimens)

1. ชิ้นงานตัวอย่างสำหรับการทดสอบความคืบโดยการดึงยืด (Tensile Creep) ต้องเป็น Type I หรือ Type II ตามมาตรฐาน ASTM D 638 หรือตามมาตรฐาน ASTM D 1822 สำหรับการวัดค่าความความคืบโดยการยืดดึง หรือระยะเวลาในการแตกร้าว (Time-to-rupture) ของชิ้นงานตัวอย่าง

รูปและตารางแสดงขนาดของชิ้นงานทดสอบการคืบ 

Tensile Creep ต้องเป็น Type I หรือ Type II ตามมาตรฐาน ASTM D 638

2. ชิ้นงานตัวอย่างสำหรับการทดสอบความคืบโดยการบีบอัด (Compressive Creep) ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM D 695 โดยจะต้องมีขนาดกว้างและยาว หรือมีขนาดเส้นผ่านศูนย์ลาง 12.7 มิลลิเมตร

Compressive Creep ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM D 695

 

3. ชิ้นงานตัวอย่างสำหรับการทดสอบความคืบโดยการดัดโค้ง (Flexural Creep) ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM D 790 โดยจะต้องมีขนาด กว้างxยาวxหนา 12.7×63.5×3.18 มิลลิเมตร หรือ 12.7x127x6.4 มิลลิเมตร

Flexural Creep ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM D 790

 

วิธีการทดสอบ (Procedure)

  1. จับยึดชิ้นงานตัวอย่างด้วยชุดจับชิ้นงาน สำหรับการทดสอบด้วยการดึงยืด หรือวางชิ้นงานตัวอย่างที่ชุดอุปกรณ์ สำหรับทดสอบด้วยการบีบอัด หรือการดัดโค้ง
  2. ทำการให้โหลด (ลูกตุ้มน้ำหนัก) แก่ชิ้นงานตัวอย่างให้เสร็จสมบูรณ์ ภายในเวลา 1 ถึง 5 วินาที
  3. ทำการบันทึกค่าระยะทางในการการดึงยืด การบีบอัด หรือการดัดโค้ง ณ. เวลาต่างๆ เช่นที่ 1, 6, 12 และ 30 นาที, 1, 2, 5, 10, 50, 100, 200, 500, 700 และ 1,000 ชั่วโมง สำหรับการทดสอบความคืบควรทำการบันทึกค่ามากกว่า 1,000 ชั่วโมง และไม่ควรต่ำกว่า 1 เดือน
  4. หากพบ หรือสงสัยว่าการบันทึกค่าระยะทางต่อเวลาเกิดการไม่ต่อเนื่อง ให้บันทึกค่าถี่ขึ้นกว่า ณ. เวลาต่างๆ ที่กำหนดไว้ข้างต้นนี้
  5. ให้วัดและบันทึกค่าอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ตัวแปรของสภาวะแวดล้อมอื่นๆ และการเสียรูปของชิ้นงานตัวอย่างควบคุม ให้สอดคล้องกับตารางเวลาในการเสียรูปของชิ้นงานตัวอย่างที่ทำการทดสอบ
  6. เมื่อสิ้นสุดการทดสอบ โดยที่ชิ้นงานตัวอย่างไม่เกิดการแตกหักเสียหายใดๆ ให้ทำการเอาโหลด หรือลูกตุ้มน้ำหนักออกอย่างช้าๆ

 

การคำนวณค่า (Calculation)

  • สำหรับการทดสอบความคืบแบบแรงดึงยืด (Tensile test) แรงบีบอัด (Compressive test) การคำนวณค่าความเค้น (Stress) ของแต่ละชิ้นงานตัวอย่าง ให้คำนวณเป็นเมกะปสกาล (Megapascals) หรือแรงปอนด์ต่อตารางนิ้ว (Pound-force per square inch) โดยคำนวณจากผลหารของโหลด หรือขนาดของน้ำหนักที่ป้อนให้แก่ชิ้นงานตัวอย่างต่อค่าเฉลี่ยของพื้นที่หน้าตัดเริ่มต้นของชิ้นงานตัวอย่าง

 

  • สำหรับการทดสอบความคืบแบบแรงดัดโค้ง (Flexural test) การคำนวณค่าความเค้นเส้นใยสูงสุด (Maximum fiber stresses) ของแต่ละชิ้นงานตัวอย่าง ให้คำนวณเป็นเมกะปสกาล (Megapascals) หรือแรงปอนด์ต่อตารางนิ้ว (Pound-force per square inch) โดยคำนวณจากสูตร

 

Pound force per square inch

 

เมื่อ

S คือค่าความเค้น มีหน่วยเป็นเมกะปสกาล (MPa)

P คือค่าโหลด หรือน้ำหนักที่ป้อนให้แก่ชิ้นงานตัวอย่าง มีหน่วยเป็นนัวตัน (N) หรือปอนด์ (Lbf)

L คือระยะห่างระว่างแท่นรองรับชิ้นงาน มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร (mm) หรือนิ้ว (inch)

b คือความกว้างของชิ้นงาน มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร (mm) หรือนิ้ว (inch)

d คือความหนาของชิ้นงาน มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร (mm) หรือนิ้ว (inch)

 

 

การรายงานผลการทดสอบ (Report) 

1. รายละเอียดของวัสดุที่ทำการทดสอบ รวมทั้งข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของวัสดุ การเตรียมวัสดุ หรือชิ้นงานตัวอย่าง โรงงานผู้ผลิต ยี่ห้อสินค้า รหัสสินค้า วันที่ผลิต ชนิดของการนำไปขึ้นรูป และการหลอม เป็นต้น

    • วันที่ทำการทดสอบความคืบ
    • ขนาดของชิ้นงานตัวอย่าง
    • หมายเลขวิธีการทดสอบ และวันที่แก้ไขเอกสาร
    • การปรับสภาวะของชิ้นงานก่อนการทดสอบ และรายละเอียดเงื่อนไขการทดสอบ ได้แก่ ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative humidity) อุณหภูมิ (Temperature) ตลอดจนความเข็มข้น และองค์ประกอบของสภาพแวดล้อมอื่นๆ ได้แก่ อากาศ (Air) ภาระหรือโหลดที่ใช้ในการทดสอบ (Loads used) และชนิดของการให้ภาระ หรือโหลดแก่ชิ้นงานตัวอย่าง (Type loading) เป็นต้น

 

2. สำหรับแต่ละอุณหภูมิทดสอบ ให้ทำการวาดกราฟลอการิทึมระหว่างเปอร์เซ็นต์ความเครียดกับเวลาเป็นชั่วโมง ภายใต้การรับภาระ หรือโหลดของชิ้นงานตัวอย่าง ที่อยู่ในรูปของค่าความเค้น (Stress) ตามรูปกราฟด้านล่างนี้

 

  Logarithmic Creep Strain VS Time Curves at Various Stress Levels

Logarithmic Creep Strain VS Time Curves at Various Stress Levels

 

 

3. เมื่อต้องการปรับแก้ค่าการเสียรูปภายใต้การรับภาระ หรือโหลดของชิ้นงานตัวอย่าง ด้วยค่าการหดตัว หรือการยืดตัวภายใต้สภาวะการไม่มีภาระ หรือโหลดของชิ้นงานตัวอย่าง ให้ทำการวาดกราฟลอการิทึมระหว่างเปอร์เซ็นต์ความเครียดภายหลังจากการปรับแก้กับเวลา เป็นชั่วโมง และให้วาดกราฟลอการิทึมระหว่างค่าเฉลี่ยของการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นเปอร์เซ็นต์ อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมเดียวกันกับเวลาเป็นชั่วโมง ไว้ในกราฟเดียวกัน

 

4. เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของชิ้นงานตัวอย่าง อย่างมีนัยสำคัญอันเนื่องมากจากสภาวะแวดล้อมเพียงอย่างเดียว หากไม่ต้องการทำการปรับแก้ค่าการเสียรูปภายใต้การรับภาระ หรือโหลดของชิ้นงานตัวอย่าง ให้ทำการวาดกราฟลอการิทึมระหว่างเปอร์เซ็นต์ความเครียดกับเวลา เป็นชั่วโมง และกราฟลอการิทึมระหว่างค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์ความเครียดกับเวลา เป็นชั่วโมง

 

5. เมื่อวัสดุเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของชิ้นงานตัวอย่าง อย่างมีนัยสำคัญอันเนื่องมากจากสภาวะแวดล้อมเพียงอย่างเดียว ทุกคุณสมบัติที่คำนวณจากข้อมูลของความคืบ เช่น ค่าโมดูลัสคืบ (Creep modulus) หรือกราฟความเค้น-ความเครียด ควรมีการะบุว่าเป็นค่า หรือผลการทดสอบที่เกิดจากการปรับแก้ หรือไม่ได้ปรับแก้ค่า ขึ้นอยู่กับการนำค่า หรือการทดสอบนั้นไปใช้งาน

 

เครื่องทดสอบการคืบ  แบรนด์ YASUDA ทุกรุ่นจะควบคุมการทำงานด้วยจอสัมผัส

ทำให้ใช้งานง่ายและสร้างกราฟได้จากโปรแกรม เพื่อประเมิณคุณสมบัติเปรียบเทียบแต่ละชิ้นงาน 

จอสัมผัส

 

ยังสามารถติดตั้งฟังก์ชันการทดสอบเพิ่มเติม เช่น การทดสอบการคลายตัว ( Stress relaxation)  โดยการติดโหลดเซลล์ที่แต่ละจุดแขวน  การเพิ่มฟังชันเอ็กเทนโซมิเตอร์(extensometer)  อุปกรณ์วัดความเครียดที่เกจ เครื่องทดสอบการคืบควบคุมการทำงานด้วยจอสัมผัส ผู้ใช้งานสามารถทดสอบตัวอย่างได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อเชื่อมต่อซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เข้ากับอุปกรณ์ ข้อมูลจะถูกดึงมาจากแผงสัมผัสโดยอัตโนมัติ 

 

 ความแตกต่างของแต่ละรุ่น 

Creep Testers

 

  • Pulley Type (No.145-A): ระบบรอก เหมาะสำหรับการทดสอบพลาสติกทั่วไป โหลดไม่สูง (Max 500 N)

 

  • Balance Type (No.145-B): ระบบคานสมดุล สำหรับงานที่ต้องการโหลดสูงขึ้น (Max 5 kN)

 

  • Servomotor Type (No.145-SV): ระบบมอเตอร์ขั้นสูงที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ เหมาะสำหรับงานวิจัยที่ต้องการความแม่นยำสูงสุดและการควบคุมความเร็วที่ละเอียด
บริษัท สมาร์ท พัฒน์ โกลบอล จำกัด
ศูนย์กลางนวัตกรรมเครื่องทดสอบวัสดุชั้นนำ และพาร์ทเนอร์ที่คุณวางใจ
Smartphat Contact Line QR Code ติดต่อเรา ทำความรู้จักเราเพิ่ม
©︎2026 SMART PHAT GLOBAL CO., LTD. All Rights Reserved.